Site icon Moviemocha

เอฟวัน เทพไชยา อุ่นหนู นักสอยคิวสายเลือดไทย

เอฟวัน เทพไชยา อุ่นหนู

เอฟวัน เทพไชยา อุ่นหนู นักสอยคิวสายเลือดไทย รักษาผลงานที่ดีมาอย่างต่อเนื่องในระยะหลัง และสามารถทะยานไปรั้งอันดับ 15 ของโลก ถือเป็นอันดับที่ดีที่สุดในชีวิตการเล่นสนุกเกอร์อาชีพ และเป็นนักสนุกเกอร์ไทยคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ ที่ติดท็อป 15 ของโลก ต่อจาก ต๋อง ศิษย์ฉ่อย” รัชพล ภู่โอบอ้อม ตำนานสอยคิวไทยที่เคยไปถึงอันดับที่ 3 ของโลกมาแล้ว

เริ่มเล่นสนุกเกอร์ตอนอายุ 13 ปี แต่ก่อนหน้านั้นเล่นกีฬาอื่น อย่างไรก็ตามด้วยความที่บ้านอยู่ใกล้กับสนุกเกอร์คลับ เดินแค่ 5 ก้าวก็ถึงแล้ว และยังรู้จักเจ้าของด้วย ทำให้หลังเลิกเรียนเข้าไปดูพี่ชายทั้ง 3 คน แทงสนุ้ก หลังจากนั้นก็เริ่มเรียนรู้ที่จะเล่นกีฬาชนิดนี้

“ผมเริ่มเล่นสนุกเกอร์ด้วยการที่ไม่เปิดไฟบนโต๊ะ เพราะต้องรอให้พี่ๆ เลิกเล่นก่อน หลังจากนั้นก็เอาลูกมาตั้ง แล้วก็เล่นไปแบบนั้น โดยที่ไม่มีคนสอน แต่ยอมรับว่าไม่ได้ชอบสนุกเกอร์มากนัก เพราะรู้สึกสนุกกับตะกร้อมากกว่า ตอนเริ่มเล่นสนุ้กไม่เคยรู้จักต๋อง ศิษย์ฉ่อย, สตีเฟ่น เฮนดรี้, รอนนี่ โอซุลลิแวน มาก่อนเลย เล่นเพื่อความสนุกล้วนๆ” เอฟย้อนความจำ

รายการแรกที่เทพไชยาได้ลงแข่งขัน ตอนอายุ 16 ปี ตอนนั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะต้องลงแข่ง เพราะมีคนลงชื่อสมัครให้โดยที่ไม่บอกกับเขา และไม่อยากจะลงแข่งเพราะรู้สึกอาย ตอนนั้นรู้สึกว่าตัวเองยังไม่ดีพอที่จะไปแข่ง แต่เมื่อต้องแข่งก็เล่นเต็มที่ สุดท้ายคว้าแชมป์รายการนั้นกลับบ้านได้ หลังจากนั้นก็เริ่มลงแข่งเรื่อยๆ จนอายุ 17 ปี ก็ได้เดินทางจากบ้านที่นครนายกเข้ากรุงเทพ เพื่อแข่งขันรายการอาชีพ

“ในวันที่ผมจบ ม.6 ก็ถามตัวเองว่าจะเอายังไงต่อ ระหว่างไปเล่นสนุกเกอร์เต็มตัวหรือจะเรียนต่อ และเลือกที่จะเล่นสนุกเกอร์ ยอมรับว่าเป็นคนเรียนไม่เก่ง ตอนเข้ากรุงเทพผมโค้ชได้ให้ผมดูวิดีโอการแข่งขันของรอนนี่และเฮนดรี้ ซึ่งผมชอบสไตล์ของรอนนี่มากๆ ก็เลยเลียนแบบสไตล์ของรอนนี่มาตั้งแต่ตอนนั้น”

12 ปีก่อน เอฟได้ลิ้มลองการแข่งขันสนุกเกอร์อาชีพในต่างประเทศครั้งแรก ตอนนั้นอายุเพียง 23 ปีเท่านั้น ซึ่งผลงานก็ไม่ดีนัก จบอันดับ 80 กว่าๆ ของทัวร์ จนปีต่อมาไม่ได้แข่งขัน ต้องมาเดินสายแข่งในประเทศ หลังจากนั้นอีก 1 ปี จึงได้ไวลด์การ์ดกลับเข้าสู่ทัวร์อีกครั้ง

“ผมว่าตอนนั้นผมยังเด็เกินไป อายุแค่ 23 ปี การไปอยู่อังกฤษครั้งแรกรู้สึกแปลกมาก เพราะที่นั่นไม่ใช่บ้านผม ไม่มีใครในครอบครัวมาอยู่ด้วยเลย ต้องอยู่กับพี่ๆ นักสอยคิวชาวไทย ตอนนั้นลูกสาวเพิ่งคลอดมาแค่ 2 เดือนด้วย ทำให้เป็นช่วงเวลาที่หนักมาก ยิ่งตอนกลับไปหาลูกหลังจากนั้น 5 เดือน ลูกสาวจำไม่ได้ และไม่ยอมให้กอดด้วยซ้ำ ทำให้รู้สึกเสียใจมากๆ”

ผ่านมา 10 กว่าปี ชีวิตของเอฟเปลี่ยนไป เพราะประสบการณ์มากขึ้น มีเป้าหมายในชีวิต เขาพาครอบครัวมาอยู่ด้วยกันที่อังกฤษ ทำให้มีกำลังใจที่จะสู้ต่อในเวทีสอยคิวอาชีพ และยอมรับว่าอังกฤษกลายเป็นบ้านหลังที่ 2 ของเขาไปแล้ว

เอฟถูกถามถึงการคว้าแชมป์ศึกชู้ตเอาท์ 2019 ที่ประเทศอังกฤษ เมื่อปีก่อน ซึ่งเขาเป็นนักสอยคิวไทยคนที่ 2 ที่คว้าแชมป์อาชีพระดับโลกได้ต่อจากต๋อง เอฟบอกว่า เป็นความภูมิใจที่สุดในชีวิต เพราะไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้ จากเด็กบ้านนอกคนหนึ่งได้มาเล่นสนุกเกอร์อาชีพที่อังกฤษ และคว้าแชมป์รายการใหญ่ได้

ถึงจะประสบความสำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ แต่กีฬาย่อมมีแพ้มีชนะ เอฟบอกว่าในวันที่ชนะจะไปฉลองกับครอบครัว แต่เวลาแพ้จะเก็บมันไว้คนเดียว ไม่อยากคุยกับใคร บางครั้งก็ร้องไห้อยู่ในห้องน้ำคนเดียว แต่ก็เข้าใจดีว่ามันเป็นธรรมชาติของกีฬา

การที่เขามี รอนนี่ โอซุลลิแวน เป็นไอดอล จากวันที่ได้ดูขวัญใจจากวิดีโอ จนถึงวันที่ได้มาเห็นตัวเป็น และได้แข่งขันกับรอนนี่ เอฟบอกว่ายังคงตามดู ตามเชียร์รอนนี่อยู่เสมอ เพราะเขาเป็นต้นแบบที่ทำให้เล่นสนุกเกอร์มาจนถึงทุกวันนี้

“ผมยังตามเชียร์รอนนี่อยู่ตลอด แต่การเจอกันหลังจากนี้ ผมจะสู้อย่างเต็มที่” เอฟพูดถึงไอดอลของตัวเอง

เป้าหมายในการเล่นสนุกเกอร์ในระยะสั้น นักสอยคิวจากนครนายกบอกว่าอยากจะรักษาอันดับโลกให้อยู่ในท็อป 16 ไปก่อน หลังจากนั้นค่อยไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ จนไปถึงท็อป 8 ของโลก ที่สำคัญอยากจะไปเล่นในรายการ เดอะ มาสเตอร์ส ที่อเล็กซานดร้า พาเลซ เพราะเป็นรายการใหญ่ สนามที่อลังการ มีคนดูมากมาย

แต่ความสุขที่แท้จริงของเอฟ คือ การได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว ดูหนังที่อยากดู เพื่อเพิ่มพลังในการสร้างความสำเร็จในเวทีสอยคิวโลก

เบื้องหลังผลงานไม่ว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้น ตัวนักกีฬาเองก็ต้องต่อสู้กับสิ่งที่อยู่นอกสนามมากมาย ทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายในช่วงที่ออกเดินทางไปแข่งขันโดยเฉพาะที่ทวีปยุโรป หรือค่าอุปกรณ์การฝึกซ้อมต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่นักกีฬาอาชีพทุกคนไม่ใช่แต่เอฟ นครนายก เท่านั้น ที่ต้องการการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพราะเพียงแค่งบประมาณจากสมาคมสนุกเกอร์นั้นคงไม่เพียงพอที่จะทำให้งานใหญ่สำเร็จได้

หลายครั้งที่นักกีฬาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขามีดีพอที่จะไปสร้างผลงานอย่างนักสนุกเกอร์รุ่นพี่ เพียงแต่ถ้านักกีฬาเหล่านี้สามารถมุ่งสมาธิไปที่การแข่งขันอย่างเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ได้เมื่อไหร่ ผลงานที่เป็นรูปธรรมก็จะเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น

“ทุกวันนี้ผมก็เอาเงินรางวัลที่ได้มาเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งตัวเองเข้าร่วมการแข่งขัน บางครั้งไม่มี ผมก็ให้แฟนผมทำงานอย่างอื่นเพื่อมาเป็นค่าใช้จ่าย”

นี่คือคำพูดของเทพไชยา อุ่นหนู หรือเอฟ นครนายก ที่พูดถึงความยากลำบากของนักกีฬาสนุกเกอร์อาชีพที่ต้องเผชิญกับภาระค่าใช้จ่ายทั้งค่าสมัครการแข่งขัน ค่าเดินทาง ค่าเช่าบ้าน และค่าฝึกซ้อม ซึ่งเจ้าตัวให้ความคิดเห็นว่าหากยังไม่สนับสนุนนักกีฬาสนุกเกอร์อาชีพอย่างจริงจัง วันหนึ่งเมื่อนักกีฬาไม่สามารถสู้ไหวก็คงจะไม่เหลือใครในทัวร์ระดับอาชีพ ซึ่งนั่นอาจทำให้วงการสนุกเกอร์ไทยซบเซาอย่างแท้จริง

“ภาครัฐควรจะให้ความสำคัญกับนักกีฬาอาชีพ ให้การสนับสนุนมากกว่านี้เพราะมีการแข่งขันตลอดทั้งปี ทุกวันนี้ภาครัฐไม่เคยสนับสนุนนักกีฬาอาชีพเลยแม้แต่ค่าเดินทาง แต่พอเวลาทำผลงานได้ดีก็มารับที่สนามบินพร้อมพวงมาลัย เอาตรง ๆ ผมไม่ชอบนะ เพราะตอนส่งยังไม่ได้มาส่งเลย”

เอฟ นครนายกที่อยากให้ภาครัฐหันมาให้การสนับสนุนนักสนุกเกอร์ไทยที่ทำการแข่งขันในระดับโปรหรือระดับอาชีพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้นักสนุกเกอร์ทั้งหมดของไทยสามารถต่อกรกับนักกีฬาอาชีพของประเทศอื่นได้

อ่านข่าวสนุกเกอร์ก่อนใคร เพิ่มเติมที่ ข่าวกีฬาสด รวมข่าววงการกีฬา โปรแกรมผลล่าสุดวันนี้ 24 ชม. – Sportsclubnews

Exit mobile version